29 พฤษภาคม 2552

Test>>>Eximus Wild & Slim, White Limited

.......
.............

สั่งซื้อกล้อง Toy (หรือกล้องป๊อกแป๊ก ที่คนเรียกกัน) มาจากเวปตั้งแต่ต้นเดือน
ถ่ายบ้างพักบ้าง กว่าจะหมดม้วน เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน
เจ้า Eximus Wild & Slim, White Limited หน้าตาน่ารัก
สีขาว ผิวของกล้องจับไปจะรู้สึกนวลๆมือ คงเป็นเพราะสีที่เคลือบมา
ใช้ไปก็ระแวงไป เพราะสกปรกง่ายเหลือเกิน
เลนส์ 22 mm. กว้างสะจายยยยย...
ใครสนใจลองดูนะ คุณภาพก็ไม่เลิศมาก แต่ก็ถูกใจ
ราคาขายตอนนี้ พันกว่าๆ เอง
ไปดูรูปกันดีกั่ว
.....
ทั้งหมดนี้ ใช้ฟิล์มที่แถมมากับกล้องเด้อ
....

ตอนเช้า บนสะพานแขวน
....

บนสะพานเหมือนกัน แต่ถ่ายผ่านกระจกหน้ารถ
....

เมฆสวยๆ
....

กองใบไม้หน้าบ้าน ที่แม่ต้องกวาดทุกวัน
....

หยุดทำลายประเทศกันซะที (ธงของข้างบ้าน ขโมยเค้าถ่าย)
....

หลังห้องทำงาน วันว่างๆ
.....

หน้าต่างห้องทำงานของคนอื่น (ห้องตัวเองก็มีแต่ไม่ถ่าย..ซะงั้น)
.....

เงยหน้ามองฟ้าซักนิด
....

แสง...เงา
.....

ระหว่างทาง
...
.........
อ้าว...หมดแล้วหรอเนี่ย จบก็ด่ะ...
.....
ปล.วิกเนตแท้ๆ มากับกล้องเลย ไม่ได้แต่งเพิ่มน๊า
.....
ปล.2 ได้อารมณ์ใกล้ Lc-a เลย
.....
ปล.3 เน่าไปหลายรูปเพราะอันเดอร์ไปนิสสสส
.....
ปล.สุดท้าย ค่าประมาณ f/8(รูรับแสง) กับ shutter 100(ความไวชัตเตอร์)
จึงสมควรต้องถ่ายในที่แจ้งเด้อ
มิฉะนั้น ท่านจะได้มาแต่ความมืดมิด
.....
.....
.....

27 พฤษภาคม 2552

ร้องไห้ด้วยความดีใจ

..........
....................

....
เป็นอีกครั้งที่คุณเสียสละ ลงไปทำงานที่นราธิวาส
เป็นอีกครั้งที่ข้อร้องว่าอย่าไป แต่คุณก็ปฏิเสธด้วยเหตุผลว่า ทำแล้วมันอิ่มใจ
เป็นอีกครั้งที่ต้องคอยเป็นห่วง แต่คุณก็บอกเสมอว่าหากตายในหน้าที่ก็ไม่เคยเสียดายชีวิต
.....
เมื่อวานเราคุยกันครั้งสุดท้ายตอนหกโมงเย็น คุณบอกว่าจะออกไปกินข้าว
หลังจากนั้นก็ติดต่อคุณไม่ได้อีกเลย
ปกติจะคุยกันตลอดทุกช่วงเวลาที่มีโอกาส
ที่นั่นก็ใช่ว่าจะไม่มีสัญญาณ
พอรู้ว่าติดต่อไม่ได้ ยิ่งร้อนใจ
กดโทรฯจนเจ๊งคามือ โทรไปหลายร้อยสาย
เป็นการโทรฯที่ทรหดที่สุดในชีวิต ทุกห้านาทีเห็นจะได้
นอนถือโทรไว้ในมือตลอด เผื่อคุณโทรกลับมา
มองนาฬิกา เริ่มโทรแบบทรหดตอนประมาณสี่ทุ่ม
รู้ทั้งรู้ว่าติดต่อไม่ได้แต่ก็ยังโทร
หวังว่าจะได้ยินเสียงคุณ ได้รู้ว่าคุณปลอดภัยดี
สายสุดท้ายประมาณตีสาม
แล้วมากระหน่ำโทรใหม่ตอนเช้าวันนี้
.....
โทรไปฝากข้อความไว้กับเจ้าหน้าที่ศูนย์
ให้คุณติดต่อกลับด่วนที่สุด
ได้แต่รอด้วยใจเสียๆ
และร้อนรนยิ่งกว่าอะไร
....
ในที่สุด เสียงเพลงคุ้นหูก็ดังขึ้น
น้ำตาไหลแบบไม่รู้ตัว พูดอะไรไม่ออก
ถ้าสังเกตให้ดี คุณจะได้ยินว่าคุยกับคุณแค่ไม่กี่คำ
เพราะกลัวว่าคุณรู้ว่าร้องไห้
และถ้าปลอบเมื่อไหร่ มันจะร้องหนักว่าเดิม
พอรู้ว่าปลอดภัยดีก็รีบตัดบทวางสาย
นั่งเช็ดน้ำตาทั้งรอยยิ้ม
.....
การร้องไห้ด้วยความดีใจมันเป็นแบบนี้นี่เอง
.....
ปล.ไม่รู้ว่าหากต้องตายจากกันขึ้นมาจริงๆ จะทนรับไหวรึเปล่า เพราะแค่นี้ก็ทรมานแทบขาดใจแล้ว
....

ห้ามหัวเราะเยาะนะ
....
.......
ปล.สุดท้าย สาเหตุที่ติอต่อไม่ได้คือ สัญญาณล่ม
คนที่นั่นบอกว่า บางทีก็ล่มไปสองสามวันเลยทีเดียว
..........
.....
ปล.ท้ายสุด รูปข้างบนบรรยากาศมาคุมาก
เป็นวันที่เมฆลอยต่ำ เพราะฝนตกหนักในเวลาต่อมา
พอตบแฟลชเข้าไป เลยดูน่าสะพรึงกลัวแบบนี้แล...
.....
.....
.....

25 พฤษภาคม 2552

อยู่กับความเหงา…ที่เรายิ้มให้

..............
.....................

......
บางครั้ง สิ่งที่ทำให้รู้ว่ายังมีชีวิต...
คือ การยืนอยู่ท่ามกลางความเหงา
เพราะ..
ท่ามกลางความเปล่าเปลี่ยวนั้นเอง
ทำให้เราได้ถามสารทุกข์สุกดิบของจิตใจ
...
ท่ามกลางความเงียบงัน
เราได้พูดคุยกับเลือดเนื้อตัวตน
...
ท่ามกลางสายลมโชยอ่อน
เราได้สัมผัสถึงลมหายใจที่ยังมีอยู่
...
ท่ามกลางโลกอันกว้างใหญ่
เราได้รู้สึกถึงก้อนเนื้อเล็กๆ เต้นเป็นจังหวะอยู่ตรงนี้
...

...
บางครั้ง ...ความเหงาก็ไม่โหดร้ายจนเกินไป
บางครั้ง ...จึงยิ้มรับกับความเหงา ที่เข้ามาทักทาย
หรือบางครั้ง ...ก็เต็มใจ หยิบยื่นความเหงาให้กับตัวเราเอง
............
..................
ปล.จะเหงาไปไหนเนี่ย...ฮ่วย..!!! กลับมา กลับมา..
....
...

07 พฤษภาคม 2552

โก ทู เวียงจัน

..........
............
ไปราชการด้วยสายการบินไทย..รักคุณเท่าคว้า... โก้ซะไม่มี

เตรียมพร้อม ณ เวลา 18.00 น.
.........

พับล้อเก็บ 18.10 น.
...........

บินไปเรื่อยๆ ถ่ายไปเรื่อยๆ 18.25 น.
...........
พระอาทิตย์เริ่มหมดแรง 18.40 น.
...........
18.50 น. แสงสุดท้าย เก็บกล้อง รัดเข็มขัด ..เตรียมแลนดิ้ง
..........
เช้าที่เวียงจัน ไว้พระเป็นสิริมงคง ก่อนเข้าพื้นที่งาน
........
ป้ายชื่องาน อ่านออกบ่...
.........
พักดื่มน้ำซักกะหน่อย..
..........
เบยลาว(เบียร์ลาว)ชุ่มคอ
.........

สะกดอยู่นาน อ่านว่า กำแพงนคร
...........
บริเวณที่จัดงานเหมือนสวนสาธารณะ ผสมสวนสัตว์
แต่ดูโทรมๆ เหมือนไม่มีคนดูแลง่ะ
...........
ตัวอิหยังว่ะนิ....
............
เจ้าตัวนี้น่าสงสาร เพราะถูกแยกอยู่ในกรงเล็กๆตัวเดียว
อาหารก็ไม่มี กระผมเลยไปขโมยผลไม้ในงานมาให้มัน
อาการมันดีใจแบบบรรยายไม่ถูกเลย
ลิงอิ่มท้อง คนให้อิ่มใจเด๊...
.........
ตัวนี้อยู่อีกกรง ใหญ่กว่ามะกี้ แต่หิวพอกัน
............

กรงที่ใหญ่ที่สุดคือกรงนกยูง กำลังรำแพนจีบสาวซะด้วย
...............
ส่วนตัวนี้ คนมุงมากที่สุด มันคือลิงเผือก(มั้ง)
ทั้งหมดดูน่าสงสาร หิวโซ ยกเว้นตัวนี้แหละ
............
ออกจากพื้นที่งาน ตะเวนเที่ยว บ้านเค้าขับรถเลนขวาเด้อ...
(เดินทางสองวัน ทำงานหนึ่งชั่วโมง
เจริญจริงประเทศไทย ภาษีประชาชนทั้งนั้น)
.............
เสื้อของฝาก เสียดายไม่ได้เอาเป๋าตังค์ไป อดเลย
...........
พระธาตุ สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต(จำชื่อไม่ได้ขออภัย)
กว่าจะได้เข้าไปต้องส่องผ่านประตูแบบนี้
แม่ค้ากระซิบบอกว่า ถ้าอยากเข้าไปให้เคาะเรียก
เพราะถึงเวลาเปิด แต่ก็ไม่ยอมเปิดถ้าไม่มีนักท่องเที่ยว
ประมาณว่าอู้งานง่ะ...
..............

เด็กน้อย กะชุดนักเรียน เสื้อแบบบ้านเรากะผ้าถุง น่ารักดี
..............
....................
มาหัดอ่านภาษาลาวกันดีกั่ว...
.............
..............
..............

เอ่อ..อันนี้ภาษาไทนบนแผ่นหลังคนไทยเด้อ
(พี่จ๋า นักข่าวไทยรัฐ)
...............
เลี้ยวขวาได้ ต้องระวังเด้อ...
...........
คนรุ่นใหม่ บ่สูบยา
...........

ให้แล่นเบื้องซ้าย .....ที่เหลืออ่านไม่ออก...
.............
....................
ปล.ช่วงนี้ชีพจรลงเท้า
ไปราชการบ่อย หล๊าย หลาย
บ่ต้องคิดฮอดเด้อ
...........
.................